เวเนซุเอลามีทองคำสำรองมากที่สุดในละตินอเมริกา

 

    เวเนซุเอลามีทองคำสำรองมากที่สุดในละตินอเมริกา โดยข้อมูลล่าสุดจาก Trading Economics และรายงานอื่นๆ ระบุว่ามีอยู่ประมาณ 161 เมตริกตัน (หรือ 161.22 ตันในบางแหล่งข้อมูล)

ตีเป็นมูลค่าในตอนนี้ ทองประมาณ 4000 usd ต่อออนซ์ ก็ประมาณ 1 ล้าน ล้าน บาท (ล้านสองตัวนะครับ)

ผมเลยมีคำถามในใจทำไมค่าเงินถึงอ่อน จนเงิน 1 ล้านโบลิวาร์แลกกระดาษทิชชู่ได้ 1 ม้วน ทองไปไหน?

ผมมาสรุปในโพสเดียวหลังจากไปหาข้อมูลมาเรียบร้อย

การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดในปี 2025 และย้อนหลังไปถึงปี 2024 มีข้อเท็จจริงดังนี้ครับ

ข้อเท็จจริง:

ปริมาณทองคำสำรอง: เป็นความจริงที่เวเนซุเอลามีทองคำสำรองมากที่สุดในละตินอเมริกา โดยข้อมูลล่าสุดจาก Trading Economics และรายงานอื่นๆ ระบุว่ามีอยู่ประมาณ 161 เมตริกตัน (หรือ 161.22 ตันในบางแหล่งข้อมูล)

เวเนซุเอลาครองอันดับ 1 ในภูมิภาคนี้ ตามมาด้วยบราซิล (ประมาณ 130 ตัน) และเม็กซิโก (ประมาณ 120 ตัน)

การคำนวณคร่าวๆ ทองคำ 1 เมตริกตัน = 1,000 กิโลกรัม ดังนั้น 161 เมตริกตัน = 161,000 กิโลกรัม ถ้าราคาทองคำโลกอยู่ที่ประมาณ $2,600 – $2,700 ต่อออนซ์ (ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เห็นได้ในปี 2024-2025) มูลค่ารวมจะอยู่ที่หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อแปลงเป็นเงินบาทที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน มูลค่ารวมน่าจะอยู่ในช่วง 5 แสนล้านถึง 6 แสนล้านบาท ถ้า 4400 usd ในปี 2026 ก็ทะลุ 1 ล้านล้านบาท

แล้วทำไมเวเนซุเอล่ามีทองคำขนาดนั้น แต่ค่าเงินเวเนซุเอล่าอ่อนแบบไม่มีค่าเลย ทั้งๆที่มีทองเยอะมีสำรองแทนค่าเงิน ตามที่เราเรียนมาถ้าธนาคารกลางของประเทศไทยมีทองคำเยอะในคลัง ค่าเงินจะไม่อ่อนและจะมีเสถียรภาพ

พอสืบไปนี่คือ “ความย้อนแย้งทางเศรษฐศาสตร์” (Economic Paradox) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสมัยใหม่กรณีหนึ่งเลยทีเดียว

สรุปสั้นๆ ก่อนลงรายละเอียดคือ: “ในโลกการเงินยุคใหม่ มูลค่าของเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีทองคำเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าโลก ‘เชื่อมั่น’ ในรัฐบาลของคุณแค่ไหน”

และนี่คือ 4 เหตุผลหลักที่อธิบายความย้อนแย้งนี้ครับ:

  1. โลกเลิกใช้ “มาตรฐานทองคำ” (Gold Standard) ไปนานแล้ว

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดครับ

อดีต: สมัยก่อน ประเทศจะพิมพ์เงินได้เท่ากับจำนวนทองคำที่มี ถ้าคุณมีทอง 100 บาท คุณก็พิมพ์เงินได้แค่ 100 บาท เงินจึงมีค่าเท่ากับทอง

ปัจจุบัน: โลกใช้ระบบ “เงินตราที่รัฐบาลกำหนด” (Fiat Currency) คือรัฐบาลประกาศว่ากระดาษแผ่นนี้มีค่า มูลค่าของมันจึงขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อมั่น” (Trust) ว่ารัฐบาลนั้นๆ จะบริหารเศรษฐกิจได้ดี ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับทองคำในคลัง

กรณีเวเนซุเอลา: รัฐบาลทำลายความเชื่อมั่นจนหมดสิ้น ดังนั้นต่อให้มีภูเขาทองคำอยู่หลังบ้าน แต่ถ้านักลงทุนไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาล เงินกระดาษที่รัฐบาลพิมพ์ออกมาก็ไม่มีใครอยากถือครับ

  1. หายนะจากการ “พิมพ์เงินแก้วิกฤต” (Hyperinflation Root Cause)

นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เงินไร้ค่าครับ

จุดเริ่มต้น: เวเนซุเอลาพึ่งพารายได้จากน้ำมันเกือบ 100% เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่งลงเหวช่วงปี 2014 รัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินมาจ่ายสวัสดิการประชานิยมมหาศาลที่เคยสัญญาไว้

ทางแก้มรณะ: แทนที่จะรัดเข็มขัด รัฐบาลเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดคือ “สั่งธนาคารกลางพิมพ์เงินออกมาดื้อๆ” เพื่อเอามาใช้จ่าย

ผลลัพธ์: เมื่อมีเงินกระดาษ (โบลิวาร์) ท่วมตลาด แต่สินค้า (อาหาร, ยา) มีเท่าเดิมหรือน้อยลง ราคาสินค้าจึงพุ่งขึ้นเป็นพันเป็นหมื่นเปอร์เซ็นต์ เกิดภาวะ “เงินเฟ้อขั้นรุนแรง” (Hyperinflation) เงินจึงกลายเป็นแค่เศษกระดาษที่คนต้องหอบเป็นฟ่อนเพื่อไปซื้อไข่ไก่ฟองเดียว

  1. ทองคำที่มี… แต่ “ใช้ไม่ได้” (The Frozen Gold)

ข้อนี้สำคัญมากครับ คุณมีทอง แต่ถ้าคุณเอาออกมาขายหรือเอามาค้ำประกันไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์

สหรัฐฯ และชาติตะวันตกคว่ำบาตรเวเนซุเอลาอย่างหนัก ทำให้การจะนำทองคำสำรองออกมาขายในตลาดโลกเพื่อแลกเป็นเงินดอลลาร์มาพยุงค่าเงินนั้นทำได้ยากลำบากมาก ใครมารับซื้อก็จะโดนหางเลขไปด้วย

ทองคำสำรองจำนวนมากของเวเนซุเอลา (มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์) ไม่ได้เก็บในประเทศ แต่ฝากไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ซึ่งอังกฤษไม่ยอมคืนทองให้รัฐบาลมาดูโร เพราะไม่ยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ทองก้อนนี้เป็น “ทรัพย์สินแช่แข็ง” ที่เอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้

  1. ระบบการผลิตพังพินาศ (Economic Collapse)

ค่าเงินที่แข็งแกร่งต้องมาจากเศรษฐกิจที่ผลิตสินค้าได้จริง

ในอดีตเวเนซุเอลารวยจากน้ำมันมากจนละเลยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นๆ ต้องนำเข้าสินค้าแทบทุกอย่าง

รัฐบาลสังคมนิยมยึดกิจการเอกชนมาเป็นของรัฐ แล้วบริหารล้มเหลว ทำให้การผลิตในประเทศหยุดชะงัก

เมื่อประเทศผลิตอะไรไม่ได้เลยนอกจากน้ำมัน (ที่ถูกคว่ำบาตรอีก) ประชาชนก็ต้องแย่งกันเอาเงินโบลิวาร์ที่ไร้ค่าไปแลกเป็นเงินดอลลาร์เพื่อนำเข้าอาหาร ยิ่งทำให้ค่าเงินโบลิวาร์ดิ่งลงเหวหนักเข้าไปอีก

ถ้าเรามาขยายความว่า ทองคำที่มีแต่ใช้ไม่ได้ มันเป็นยังไง

มันก็คือ

  1. “ทองมีจริง” แต่ถูกล็อกกุญแจไว้ที่เมืองนอก (The Frozen Gold)

คุณรู้ไหมครับว่า ทองคำสำรอง 161 ตันนั้น ไม่ได้กองอยู่ที่กรุงคารากัสทั้งหมด

คดีประวัติศาสตร์: ทองคำมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31 ตัน) ถูกฝากไว้ที่ ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ในลอนดอน

ทำไมเอามาใช้ไม่ได้?: รัฐบาลมาดูโรพยายามฟ้องร้องขอเอาทองคืนหลายรอบมากเพื่อจะเอามา (อ้างว่า) ซื้อยาและอาหาร แต่ศาลอังกฤษ “ปฏิเสธ” ครับ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลอังกฤษไม่รับรองสถานะประธานาธิบดีของมาดูโร (มองว่าโกงเลือกตั้ง) จึงไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินของชาติให้กับ “รัฐบาลเถื่อน”

สรุป: ทองก้อนนี้มีจริง แต่เป็นแค่ “ตัวเลขในบัญชี” ที่มาดูโรแตะต้องไม่ได้

  1. “ทองมีจริง” แต่ถูกแอบขายเพื่อ “อุ้มอำนาจ” ไม่ใช่อุ้มค่าเงิน (The Survival Fund)

ส่วนทองคำที่เหลืออยู่ในตู้นิรภัยที่เวเนซุเอลา (ในธนาคารกลาง BCV) นั้น มีรายงานจากหน่วยข่าวกรองและนักสืบเศรษฐกิจว่า “มันถูกทยอยขนออกมาขายจริงครับ” แต่ไม่ได้ทำเพื่อช่วยค่าเงิน

ขายลับๆ (Smuggling): เนื่องจากโดนคว่ำบาตร มาดูโรจึงส่งทองคำขึ้นเครื่องบินส่วนตัว แอบขนไปขายที่ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรืออิหร่าน เพื่อแลกเป็นเงินสด (USD/Euro)

เงินไปไหน?: เงินสดที่ได้มา ไม่ได้เอาไปเข้าระบบธนาคารเพื่อพยุงค่าเงินโบลิวาร์ แต่ถูกนำไปใช้เพื่อ:

จ่ายเงินเดือนกองทัพ: เพื่อให้ทหารยังภักดี ไม่ก่อรัฐประหาร

นำเข้าอาหารกล่อง (CLAP): เพื่อแจกจ่ายให้ฐานเสียงตัวเองประทังชีวิต

เข้ากระเป๋าผู้มีอำนาจ: วงในระบุว่ามีการรั่วไหลเข้ากระเป๋านายพลระดับสูงเยอะมาก

สรุปทองถูกใช้เป็น “ท่อน้ำเลี้ยงระบอบของผู้นำที่แย่ๆ” ไม่ได้เอาไว้สำรองระหว่างประเทศเพื่อประชาชนโดยส่วนรวม

น่าเศร้าที่สุดครับ

สุดท้ายคนที่่ได้รับผลกระทบมากที่สุดไม่ใช่ผู้นำหรือ elite

แต่มันคือประชาชนคนธรรมดาแบบเราๆ

https://www.amarintv.com/spotlight/economy/64079

ขอบคุณจาก – เพจ Facebook ชื่อ ประสบการณ์ของพี่ทอมเองครับ

https://www.facebook.com/merchantetrader